MAS เผย “Fintech ช่วยให้ธนาคารมีรายจ่ายน้อยลง”

4 December 2017

หากกล่าวถึงศูนย์กลางของนวัตกรรมฟินเทคในแถบเอเชีย…ทุกคนจะนึกถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าศูนย์กลางของนวัตกรรมฟินเทคที่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยสิงคโปร์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลในการผลักดันฟินเทคในระดับประเทศจนไปถึงระดับเอเชีย ซึ่งในขณะที่ Fintech มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางสิงคโปร์ได้พิจารณาข้อดีและข้อเสียที่ได้จาก Fintech เพื่อพัฒนารวมไปถึงการรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

จากการทบทวนเสถียรภาพทางการเงินในปีนี้ ทางธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้ให้ความสำคัญกับ Fintech ในส่วนของรูปแบบการประเมินความเสี่ยงทางการเงินที่โปร่งใส่และให้ความถูกต้อง อันมีส่วนช่วยให้ SMEs และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายและช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินได้อีกด้วย แต่ในทางกลับกัน Fintech ทำให้การเงินมีเสี่ยงใหม่เข้ามา อาจรวมถึงความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เช่น Cybercime ช่องโหว่ในการดำเนินงาน เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีความเสี่ยงด้านการเงินและตลาดการเงิน เช่น ความผันผวนที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกระแทกต่อการเงินได้

เมื่อ Fintech เข้ามามีบทบาท ทำให้การบริการมีความเร็วเพิ่มขึ้นและปริมาณธุรกรรมทางการเงินมากขึ้นตาม ซึ่งนำไปสู่ความการลดเวลาและรายจ่าย เช่น มีการ AI สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสถาบันการเงินได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้แปลเป็น 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่จากการดำเนินงาน (สำหรับธนาคารในเอเชีย) โดยปัจจุบันมีโมเดลทางการเงินและแพลตฟอร์มการเงินใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้สถาบันการเงินเติบโตมากขึ้น และอาจช่วยให้เข้าถึงตลาดที่คาดการณ์ไว้ได้ ซึ่งหมายถึงสถาบันการเงินอาจจะได้ฐานลูกค้าเพิ่ม เพราะความสะดวกในการใช้แอพพลิเคชั่นธนาคารผ่านมือถือและแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบไร้เงินสดนั้นเอง

นอกจากนี้การแข่งขันกับบริษัท Fintech มีการความเข้มข้นขึ้น โดยใช้ค่าทำเนียมในการใช้บริการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ทางธนาคารกลางสิงคโปร์ได้คาดการณ์ว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้าช่องทางการชำระเงินของ Fintech จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และรายงานของ McKinsey ในปี 2014 คาดการณ์ว่าอย่างน้อย 56 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าชาวสิงคโปร์ยินดีที่จะเปลี่ยนเป็นธนาคารดิจิทัลเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดการที่ไม่ดีของนวัตกรรม Fintech และไม่มีการรับมือที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นมา สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ธุรกิจ Fintech ไม่มั่นคง โดยมีรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมมีทรัพยากรและฐานลูกค้ามาก เพื่อดึงดูดความสามารถและความร่วมมือกับบริษัทที่ประกอบการ Fintech ในทางกลับกันธนาคารที่รับภาระกับระบบเดิม อาจทำให้มองว่าในบริการช้า จึงทำให้ลูกค้าบางส่วนหัวไปใช้บริการแบบดิจิทัลที่ให้ความรวดเร็วมากกว่า ซึ่งในขณะที่ Fintech กำลังพัฒนานั้น ทางธนาคารที่สามารถสร้างความสามารถด้านดิจิทัลเช่นกัน โดยสร้างความแตกต่างกันในด้านประโยชน์ที่ได้รับ และอาจจะนำไปสู่การพัฒนาเพื่อความสำเร็จในอนาคต

Reference

Yon Heong Tung (2017).Fintech could help banks save costs but also erode their income, says Singapore’s central bank. Retrieve from https://e27.co/fintech-help-banks-save-costs-also-erode-income-says-singapores-central-bank-20171201/.

 

Related Posts

  • Thai Fintech Association features How Insurtech becomes a major role in insurance business? on AIS Next Cafe + Brunch program
  • เผยวิสัยทัศน์ “นึก ชลเดช” นายกสมาคมฟินเทค ตั้งเป้าดันประเทศไทย สู่ Top 5 ฟินเทคฮับในเอเชีย ภายใน 2 ปี
  • Thai Fintech Association Partners with 10×1000 Tech for Inclusion to launch “Flex” Fintech Program in Thailand
bt_bb_section_bottom_right_section_coverage_image

Contact Us

062-291-3599

Address

110/1 Knowledge Exchange (KX) Building, 13th floor, Krungthonburi Road, Banglamphulang, Klongsan, Bangkok, Thailand 10600

The information contained in this website is provided for informational purposes only and on an “as is” basis, without representation or warranty of any kind. Thai Fintech Association does not guarantee whether the information is correct or up-to-date.   no event shall Thai Fintech Association be liable to you or any person for any loss of business or profits, or for any indirect, incidental or consequential damages arising out of any use of, or inability to use, or for any other claim by you or any other person.

© Copyrights 2021 - All Rights Reserved - Thai Fintech Association