เมื่อ Social Media นำพาสู่ยุค Social Trading

10 January 2018
Share

ประมาณ 1 ทศวรรษแล้วที่พฤติกรรมการอ่านของคนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเรามี Social Media Platform อย่าง facebook twitter หรือ pinterest ซึ่งสร้างพฤติกรรมให้เราสนใจในความเป็นไปของคนรอบ ๆ ตัวเรามากขึ้น การได้เปิดดู news feed ของเพื่อนสนิท กลับเป็นสิ่งที่เราสนใจมากกว่าการอ่านหนังสือ การได้อ่านข่าวที่คนที่เราชื่นชอบหยิบมา tweet ดูจะน่าสนใจกว่าการเปิดเว็บสำนักข่าวต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

ความเชื่อก็เช่นกัน เราทุกคนมีบุคคลที่เรายกย่อง ชื่นชอบ ในที่นี้ผมขอเรียกว่า Online Influencer และเราก็ติดตามคนเหล่านั้นผ่านทาง Social Media ต่าง ๆ สิ่งที่ Online Influencer เหล่านั้นสื่อสารออกมามักจะมีอิทธิพลต่อเราไม่มากก็น้อย ส่วนตัวผมมองว่าการเกิดขึ้นของ Social Media ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเชื่อ มุมมองของ Online Influencer มากกว่าที่จะเชื่อในสิ่งที่แต่ละ Brand พยายามสื่ออกมาซะอีก

นอกจากอิทธิพลของ Online Influencer แล้ว User Generated Content (UGC) ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนสมัยนี้ใช้เวลากับมันมาก ๆ ตัวอย่างเช่น facebook มีความเป็น UGC คือให้แต่ละคน แต่ละ Page ทำการโพสต์เนื้อหาของตัวเอง หรือเวบ Pantip ก็เป็นเวบบอร์ดที่มีไว้ให้คนไทยตั้งกระทู้ คอมเมนท์เรื่องราวต่าง ๆ กัน ซึ่งทุกวันนี้เราใช้เวลาจำนวนมากในการค้นคว้าสิ่งต่าง ๆ จาก UGC ยกตัวอย่างเช่นจะไปโรงพยาบาลหาหมอ ก็มักจะไปถามไถ่คุยกันในพันทิพย์ว่าโรงพยาบาลนั้น แผนกนั้นดีหรือไม่ เป็นต้น

สู่ยุค Social Trading

ในโลกของการลงทุน ที่ผ่านมา การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนมักจะมาจากการอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ หรือเป็นการรับคำแนะนำจากมาร์ประจำตัวเป็นหลัก หรือถ้าเป็นกองทุนรวมก็เป็นการรับคำแนะนำจากสาขาของธนาคารที่ไปใช้บริการ ทุกวันนี้การซื้อขายออนไลน์ทั้งหุ้นและกองทุนต่างได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ การเสพSocial Media ต่าง ๆ เช่นห้องไลน์คุยหุ้น facebook page และ group ด้านการลงทุน เริ่มมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อก่อนที่คอยติดตามว่าแต่ละโบรคเกอร์เชียร์หุ้นอะไร ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นติดตามกูรูที่เราชื่นชอบว่าแนะนำอะไรไปแทน แม้ในทางกฎหมายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายนัก แต่ในโลกของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Disruption) บ่อยครั้ง รูปแบบของพฤติกรรมซึ่งนำไปสู่บริการใหม่ ๆ บางทีเกิดขึ้นนำหน้ากฎหมายได้เช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคงหนี้ไม่พ้นกรณีของ Uber

ตามนิยามของ Wikipedia คำว่า Social Trading หมายถึง กระบวนการที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากจาก UGC บนโลกออนไลน์เป็นหลักในการตัดสินใจลงทุน จากเดิมที่การลงทุนของนักลงทุนจะอิงจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคของตัวเองหรือบทวิจัย การตัดสินใจลงทุนก็เปลี่ยนมาเป็นการนำเอาความคิดของคนอื่น หรือข้อสรุปรวมของมวลชน มาประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย

Copy Trade

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในปัจจุบันคือ Copy Trade คือการที่เราสามารถเลือกที่จะจัดพอร์ตตามกูรู หรือเพื่อน ๆ บนโลกออนไลน์ที่เราชื่นชอบได้ ตัวอย่างเช่น eToro Pepperstone FXCM ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนใน Managed Account ซึ่งเป็นการมอบอำนาจการตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อขายพอร์ตหุ้นของเราให้กับระบบ Social Trading เพื่อจะทำการ Copy Trade ตาม Guru ที่เราต้องการนั่นเอง

Investment UGC และกระบวนการเรียนรู้ของนักลงทุน

มี Social Trading Platform อีกชนิดที่เน้นเรื่อง User Generated Content (UGC) เป็นหลัก คือการที่ให้นักลงทุนรวมตัวกันเป็นสังคมออนไลน์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ไอเดียการลงทุนระหว่างกัน ตัวอย่างเช่น Tradingview ซึ่งกลายเป็นเว็บไซต์ Social Trading ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกไปแล้วในชั่วโมงนี้

ส่วนตัวผมมองว่า Social Trading Platform ชนิดที่นำด้วย Investment UGC นี้จะเป็นตัวส่งเสริมให้นักลงทุนได้เรียนรู้ และเข้าใจการลงทุนที่ดีมาก ๆ กว่าที่เคยมีมา เพราะแท้จริงแล้วการจะประสบความสำเร็จเรื่องการลงทุนไม่ได้อยู่ทีการศึกษาด้วยการอ่านหรือฟังความเห็นของคนอื่นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่นักลงทุนแต่ละคนได้ฝึกฝน ได้ลองวิเคราะห์ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักลงทุนคนอื่น ๆ และนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พฤติกรรมเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดในห้องไลน์ และกลุ่ม facebook ด้านการเงินการลงทุนต่าง ๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน และผมเชื่อว่ารูปแบบการลงทุนของคนไทยจะเปลี่ยนไปในทาง Social Trading มากขึ้นเรื่อย ๆ จากนี้ต่อไปครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

FundTalk

Related Posts

  • Thai Fintech Association features How Insurtech becomes a major role in insurance business? on AIS Next Cafe + Brunch program
  • เผยวิสัยทัศน์ “นึก ชลเดช” นายกสมาคมฟินเทค ตั้งเป้าดันประเทศไทย สู่ Top 5 ฟินเทคฮับในเอเชีย ภายใน 2 ปี
  • Thai Fintech Association Partners with 10×1000 Tech for Inclusion to launch “Flex” Fintech Program in Thailand
bt_bb_section_bottom_right_section_coverage_image

Contact Us

062-291-3599

Address

110/1 Knowledge Exchange (KX) Building, 13th floor, Krungthonburi Road, Banglamphulang, Klongsan, Bangkok, Thailand 10600

The information contained in this website is provided for informational purposes only and on an “as is” basis, without representation or warranty of any kind. Thai Fintech Association does not guarantee whether the information is correct or up-to-date.   no event shall Thai Fintech Association be liable to you or any person for any loss of business or profits, or for any indirect, incidental or consequential damages arising out of any use of, or inability to use, or for any other claim by you or any other person.

© Copyrights 2021 - All Rights Reserved - Thai Fintech Association