DURIAN ผู้เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรและสนับสนุนความก้าวหน้าทางนวัตกรรม

5 May 2020
Share

ประเดิม Thai Fintech Insight Report Online ด้วย “DURIAN” ผู้ที่เชื่อมเครือข่ายพันธมิตรและสนับสนุนความก้าวหน้าทางนวัตกรรมอย่างเต็มที่ เรามาดูกันว่า DURIAN เป็นผู้เชื่อมโยงพันธมิตรอย่างไร และ DURIAN มีบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมด้านการเงินของประเทศเราได้อย่างไร

  1. จุดเริ่มต้นของการตั้งบริษัท DURIAN คืออะไร

จุดเริ่มต้นของการสร้าง DURIAN มาจากปลายปี ค.ศ. 2015 เราได้เห็นโอกาสธุรกิจหลังจากการเกิดวิกฤติการด้านการเงินของโลก (Subprime mortgage crisis) ซึ่งหากย้อนไปในช่วงวิกฤติครั้งนั้น สถาบันการเงินทั่วโลกประสบปัญหา ประชาชนขาดความเชื่อมั่น หลายประเทศเกิดภาวะ Stagflation คือ เงินเฟ้อและเงินฝืดในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งใหญ่และเล็กมากมายประสบปัญหาการเงิน ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในระบบ จนธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัวลง แต่ในขณะเดียวกันผู้คนบางส่วนยังมีเงินออมส่วนตัวอยู่ หากดึงเงินออมพวกนี้มาใช้ได้ก็จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้ เลยเกิดธุรกิจที่ “การระดมทุนผ่านมวลชน” (Crowdfunding) ขึ้นมา ซึ่งในปี ค.ศ. 2015 มีแนวโน้มว่าธุรกิจ Crowdfunding นี้ จะเติบโตขึ้นมากถึง 54 Million USD หากคิดเป็นเงินไทย ก็ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท

ซึ่งเราได้เห็นโอกาสของธุรกิจนี้ จึงได้ร่วมกันกับพันธมิตร เชิญหนึ่งในที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ที่มีส่วนผลักดันกฏหมาย Crowdfunding มาแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ และโอกาสการระดมทุนของ Startup ผ่าน Crowdfunding โดยในครั้งนั้น เราได้จัดงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเชิญผู้ใหญ่ในแวดวงเศรษฐกิจการเงินของเมืองไทย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 800 คน ทำให้รู้ว่ากระแสสังคมในตอนนั้นเรื่อง Crowdfunding เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันมีคนที่เข้าใจเรื่อง Fintech และ Startup น้อยมาก

ในส่วนของผู้บริหารของ DURIAN เองแต่ละคนมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการเงิน การตลาด การบริหารโครงการ การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัยในระดับนานาชาติ ในขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายมีผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และนักลงทุนจำนวนมาก จึงคิดว่าหากนำทุกอย่างที่เรามี มาสร้างประโยชน์ที่ไม่ใช่ให้เพียงเราคนเดียว แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้ด้วยเป็น Social Business คือเป็นธุรกิจที่มุ่งทำกำไร แต่จะมีกำไรและการเติบโตได้ด้วยการสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นไปด้วยกัน เราจึงนำทุกอย่างที่เรามี มาทำเป็น Ecosystem ของคนที่สนใจในเรื่องการทำธุรกิจนวัตกรรม

เราตั้ง “DURIAN” โดยมีวิสัยทัศน์ในการก่อตั้งว่า Where angels meet unicorns! มุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมนักลงทุนคุณภาพในทุกระดับ ให้ได้เจอกับผู้ประกอบการคุณภาพทั้ง SMEs และ Startup ที่มีโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราจึงสร้างระบบนิเวศน์ที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่เริ่มต้น และยิ่งทำ ยิ่งรู้ว่าการจะเชื่อมทุกคนเข้าหากัน และก่อให้เกิดธุรกิจจริงได้นั้น จำเป็นต้องมีกลุ่มคนที่มีพลังในหลายมิติ เราจึงรวบรวมบุคคลที่เป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ครีเอทีฟ และ Technology ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและร่วมกับพันธมิตรมากมาย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน

แม้เราเริ่มต้นจากการทำ Crowdfunding แต่เราได้ Pivot Model ขยายมาเป็นการสร้างเครือข่ายที่หลายหลาย ในปัจจุบันเราจึงมีโครงการ Incubator, Accelerators รวมถึงหลักสูตรผู้บริหาร ที่เราเป็นผู้ริเริ่ม ผู้ร่วมก่อตั้ง หรือที่ปรึกษามากกว่า 10 Programs ครอบคลุมทั้งด้าน Fintech, Insurtech, Health Tech, Smart City, IOT, Water Tech, GovTech ฯลฯ จัดร่วมกันกับพันธมิตรต่างๆ ในระดับประเทศและนานาชาติ

 

  1. คิดว่า DURIAN มีบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมด้านการเงินของประเทศเราได้อย่างไร

“Fintech” ในมุมมองของผม คือครอบคลุมทั้งในเรื่องของ Finance, Innovation แล้วก็ Technology ซึ่งในการทำ Fintech นั้น ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องเกี่ยวกับทุกฝ่ายงานในบริษัท ซึ่งต้องเชื่อมโยง Ecosystem ทุกอย่างไว้ด้วยกัน

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม DURIAN จึงสนับสนุนวงการนี้ได้มาก เนื่องจากว่า DURIAN มุ่งมั่นในการสร้าง Ecosystems ที่หลากหลายวงการนวัตกรรมมาตั้งแต่ต้น ทั้งเราได้เชื่อมโยงกับงาน Startup ใหญ่ในทุกภูมิภาคทั่วโลก เรามี MOU ซึ่งกันและกัน เราร่วมเรียนรู้และถ่ายทอด Technology, มีอะไรใหม่ๆ เราร่วมกันอัพเดท และเราเชื่อมโยง Ecosystem ของประเทศไทยร่วมกับนานาชาติด้วย

สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ Technology บางอย่างของต่างประเทศ เราสามารถประยุกต์ใช้ในประเทศของเราได้และในขณะเดียวกันเราก็สามารถเอาความรู้ที่ประเทศไทยมีแบบเฉพาะทาง ไปแบ่งปันหรือว่าไป Showcase ให้ต่างประเทศเห็นได้ด้วย

อีกสิ่งที่เราสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมฟินเทคและนวัตกรรมของประเทศไทยได้ คือ DURIAN มี Media Channel ที่แข็งแรง ทั้ง Own Media และ Partnership ปัจจุบันเรามีช่อง YouTube ของเราเอง 4 ช่อง มีผู้ติดตามอยู่ประมาณล้านกว่าคน และยังมีเครือข่ายพันธมิตร Facebook Fanpage ที่อยู่ในเครือของเรา ประมาณ 40 เพจ รวมผู้ติดตามอยู่ 2 ล้านกว่าคน ไม่นับร่วมสายสัมพันธ์อันดีกับสื่อพันธมิตรอื่นๆ ฉะนั้นสิ่งที่เราสามารถช่วยได้ คือการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับ Fintech ไปตามช่องทางต่างๆที่เรามี และเราเชื่อว่าประเทศไทยยังไม่จำเป็นต้องแข่งกันเองด้วยซ้ำ เนื่องจากผู้ที่ทำ Fintech Startup ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร และความต้องการในประเทศ ซึ่งหากเราสามารถสร้างเครือข่าย เชื่อมสัมพันธ์ รวมพลังกันได้ เราจะสร้างสรรค์โครงการใหม่ได้จำนวนมาก

หลัง COVID-19 เราจะเห็นภาพหนึ่ง คือ เมืองไทยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปตลอดกาล การทำงานเดิมๆ จะลดน้อยลงเรื่อยๆ และเกิดรูปแบบการทำงานใหม่ที่ทดแทนด้วยนวัตกรรมมากขึ้น โอกาสจะเป็นของผู้ที่สามารถปรับตัวทาง Technology ได้อย่างรวดเร็วและมีกลยุทธ์ เราเคยคิดว่าอีก 3-5 ปีประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคม Digital มากขึ้น แต่ด้วย COVID-19 กระบวนการเข้าสู่โลกดิจิทัลมันถูกเร่งขึ้นมา ทำให้ทุกคนคุ้นเคยกับระบบ Online มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน, ผู้บริหาร, เจ้าจของกิจการ แม้กระทั่งผู้กำหนดนโยบาย และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ทำให้เห็นว่าการทำงาน Online ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง แต่กลับกลายเป็นว่ามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้ DURIAN มีระบบ Online Solution ไม่ว่าจะเป็นการจัด Meeting Online, Event Online, e- Learning, Learning Managemetn System เรามีระบบที่สนับสนุนได้ทั้งวงการ Fintech และวงการอื่นๆ ได้อย่างรอบด้าน

 

  1. มองว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าการเติบโตของ DURIAN จะเป็นอย่างไร

DURIAN เป็น Innovation Company ที่แน่นอนว่า เราต้องตั้งเป้าที่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราตั้งเป้าหมายในการพัฒนา DURIAN ให้เป็น Top Brand in Mind ในการสร้าง Innovation Ecosystem ของประเทศไทย หากใครคิดว่าอยากจะลงทุนหรือ มาสร้าง Partner ในประเทศไทย DURIAN จะต้องเป็น Top 3 in mind ที่คนนึกถึง ทั้งเราเราตั้งใจทำงานในรูปแบบ Collaborative Networking คือเน้นการเชื่อมโยงกับพันธมิตร เราไม่ได้แข่งกับใคร แต่เราเชื่อว่าโลกนี้ใหญ่พอในการสร้างพันธมิตรและเติบโตไปพร้อมกันได้

เราตั้งใจเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเป็นเหมือนสะพาน ที่เชื่อมโลกเก่าและโลกใหม่เข้าด้วยกัน เชื่อมภาคเอกชน ภาครัฐและภาคประชาชน ตลออดจนเชื่อมประเทศไทยและโลก นั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะทำ เราเชื่อว่าเราจะเป็นฟันเฟืองที่ร่วมผลักดัน SMEs และ Startup ของประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่โลกของนวัตกรรม และมั่นใจว่าถ้าเราสามารถประสานประโยชน์และสร้างจุดหมายร่วมกันระหว่างภาครัฐบาล ภาคเอกชนและประชาชนได้ จะทำให้ประเทศไทยเติบโตมากขึ้นอย่างน่าสนใจในเวลาอันสัน ด้วยการเร่งกระบวนการในการเข้าสู่โลก (Digital Tranformation) เราอยากเป็นกำลังสำคัญในการเร่งกระบวนการให้ทุกฝ่ายเข้าสู่โลกนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วขึ้น นั่นคือสิ่งที่เราวางเป้าหมายไว้

ส่วนเป้าหมายทางด้านธุรกิจ เราเปิดโอกาสให้ตัวเองในทุกมิติ ในอีก 3 ปี ข้างหน้าทั้งในแง่ของการระดมทุน การลงทุนและโอกาสในการเติบโต ปัจจุบันเราร่วมลงทุนกับบริษัท Startup ต่างๆ ผ่าน DURIAN IGNITE PROGRAM ซึ่งเติบโตเป็นอย่างดี เรามี Software House ซึ่งพัฒนา Core Technology ที่สอดคล้องกัลเป้าหมายการเติบโตของเรา ในอนาคตจะเห็นเราเติบโตไปในด้านอื่นๆ หรือเราอาจจะเติบโตในระดับนานาชาติมากขึ้นก็เป็นไปได้ เพราะเราไม่ได้ปิดโอกาสตัวเอง และพัฒนาคนของเราอยู่เสมอ เพื่อสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ ไม่ว่าจะเจอวิกฤติหรือโอกาสใดๆ ในอนาคต ซึ่งมักมาคู่กันอยู่เสมอ

 

  1. สถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดอยู่ตอนนี้ ทาง DURIAN มีการแก้ปัญหาอย่างไร ให้การทำงานยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างปกติ

จากสถานการณ์ COVID-19 ตอนนี้ ต้องดู 2 Steps ที่จะทำให้การทำงานยังดำเนินการต่อไปได้

Step 1 : ดูเรื่องคน และเรื่องเงิน

เรื่องคน ทำอย่างไรให้คนของเรายังมีขวัญกำลังใจที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป สถานการณ์วิกฤตเช่นครั้งนี้อาจกลายเป็น New Normal เราต้องทำให้คนของเราพร้อมในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตเสมอ ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องพัฒนาขึ้นตลอดเวลา

ในช่วงวิกฤติ เราสามารถแบ่งทีมและเป้าหมายเป็น 2 อย่าง อย่างแรกคือ ทำอย่างไรให้แก้ไขวิกฤตให้ได้ อย่างที่สองคือ หลังจากพ้นวิกฤตเราจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรมได้อย่างไร ในขณะที่ทุกคนตั้งรับ เราต้องวางเกมรุกไว้ให้พร้อมลุย

เรื่องเงิน ต้องดูกระแสเงินสดด้วยว่า เรามีสายป่านที่ยาวพอในการผ่านพ้นวิกฤตได้ไหม หากมีไม่พอต้องหาแหล่งเงินทุน หากมีพอต้องไม่ประมาท ลดค่าใช้จ่าย ส่วนใดลดได้ต้องลด แต่ในขณะเดียวกันอะไรที่ต้องลงทุนก็ต้องลงทุน

Step ที่ 2 : สิ่งที่เรามี ทำอะไรได้บ้าง?

ในช่วงวิกฤติ อย่าไปมองสิ่งที่เราไม่มี แต่ต้องกลับมาดูว่าด้วยทรัพยากรอันจำกัดที่เรามี สามารถสร้างอะไรใหม่ๆ ได้ ในส่วนของ DURIAN เราเห็นว่าคนของเรามีศักยภาพสูง มีความยืดหยุ่นในการทำงานในหลายมิติ เรามี Software House ตัวเองเรามีกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านTechnology และเรามี Network ที่แข็งแรง เราเลยรู้ว่าเราสามารถสร้างอะไรได้บ้าง ทั้งในเชิงธุรกิจ และสังคม นั่นก็คือ

ด้านธุรกิจ

เรื่องที่ 1 เกิดโครงการใหม่ 4-5 โครงการ ในช่วงที่เกิด COVID-19 เราไม่ได้หยุดแต่เราเดินหน้ามากขึ้น เราดูว่านวัตกรรมอะไรที่ดีที่สุดในโลกในการกำจัด COVID-19 ตอนนี้เราไปเป็น Partner กับบริษัทชั้นนำ ที่นำนวัตกรรมระดับโลกจาก USA นำเครื่อง UVC เข้ามาและเราช่วยในการทำการตลาดให้กับบริษัทดังกล่าว หลังจากเราทำการตลาดให้ และด้วยเครือข่ายกัลยาณมิตร ทำให้สามารถซื้อเครื่องบริจาคให้สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 1 เครื่อง, โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1 เครื่อง มูลค่าเครื่องละ 3 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างส่วนหนึ่งที่เราทำในช่วงวิกฤติ

เรื่องที่ 2 เนื่องจากเราจัดงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ เราจึงเปลี่ยนระบบใหม่ เป็นระบบ Online Conference, e-learning และระบบ Training Online ซึ่งเราสามารถไปแนะนำบริษัทต่างๆ ว่าสถานการณ์อย่างนี้และในอนาคตต่อไปเขาจะทำการพัฒนาบุคลากรของเขาได้อย่างไร, ทำการประชุม Online และทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบได้อย่างไร โดยเรามีทีม Media Production และ ทีม Advisor ที่คอยเข้าไปดูแลอย่างมืออาชีพแบบ One Stop Solutions นี่คืออย่างที่ 2 ที่เราสร้างขึ้นมาในช่วง COVID-19

เรื่องที่ 3 เราสร้าง New Media Channel เพราะเรารู้ว่าในยุคนี้ ต้องอาศัยการทำ Media อย่างจริงจัง เราจึงทำ Media Channel เพิ่มขึ้นในทุกช่องทาง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เพื่อรับกับสถานการณ์ใดๆ ก็ตามในอนาคต

ด้านการช่วยสังคม

  1. เราสร้างระบบติดตาม COVID-19 โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน และนำเสนอให้กับหน่วยงานภาครัฐได้นำไปใช้ต่อ
  2. เราสร้าง Application ใหม่ขึ้นมาชื่อว่า สุขโต (Sukto) แปลว่าสุขก้อนโต เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 มีคนส่วนหนึ่งอยากบริจาคสิ่งของต่างๆ และมีคนอีกส่วนที่ลำบากในสถานการณ์แบบนี้ เราจึงทำ Application นี้ขึ้นมาให้คนที่อยากได้และคนที่อยากรับให้มาเจอกัน

(Line: @sukto, ติดตามเพจ “สุขโต” ได้ที่ fb.me/SuktoThailand)

 

  1. อยากฝากอะไรถึงผู้อ่าน

ขอฝากทั้งในฐานะทีม DURIAN และนายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูง แต่เราต้องกลับมาค้นหาความแข็งแกร่งของประเทศเราเอง ซึ่งประเทศเรามีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านการเงิน การเกษตร การแพทย์และสุขภาพ การบริการ และการท่องเที่ยว ถ้าเราเข้าใจเรื่องเหล่านี้ แล้วกลับมาพัฒนาคนตั้งแต่ต้นทาง ส่งเสริม SMEs และ Startup อย่างเป็นระบบให้เข้าสู่โลกนวัตกรรมในทุกระดับและทุกช่วงวัย เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะก้าวกระโดดได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี แต่หากเราไม่ทำเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ประเทศไทยจะกลายเป็นผู้รับ Technology และไม่มีทางเป็นผู้นำด้าน Technology ได้เลย ถ้าทุกภาคส่วนไม่ทำงานร่วมกัน

“อยากทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร อย่าเพียงแค่บ่น แต่ชวนทุกคนมาลงมือทำด้วยกัน”

 

คุณโอฬาร วีระนนท์

CEO and Co-Founder, DURIAN

นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย

bt_bb_section_bottom_right_section_coverage_image

Contact Us

062-291-3599

Address

110/1 Knowledge Exchange (KX) Building, 13th floor, Krungthonburi Road, Banglamphulang, Klongsan, Bangkok, Thailand 10600

The information contained in this website is provided for informational purposes only and on an “as is” basis, without representation or warranty of any kind. Thai Fintech Association does not guarantee whether the information is correct or up-to-date.   no event shall Thai Fintech Association be liable to you or any person for any loss of business or profits, or for any indirect, incidental or consequential damages arising out of any use of, or inability to use, or for any other claim by you or any other person.

© Copyrights 2021 - All Rights Reserved - Thai Fintech Association