One to Many การตอบสนองลูกค้ารูปแบบใหม่จาก 724 Market

บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร มีจุดเด่นที่เป็นข้อแตกต่างจากบริษัทอื่นๆอย่างไร 724 Market เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว เราเป็นบริษัทที่ออกแบบมาเพื่อทำประกันออนไลน์ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยภายใต้ชื่อบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ จากประสบการณ์ด้านประกันภัยที่มีมากถึง 30 ปี เราจึงนำความรู้ แพ็คเกจสินค้าทั้งหมด และพาร์ทเนอร์ที่มีมากกว่า 30 บริษัท มาทำให้เป็นรูปแบบดิจิตัล พร้อมจุดเด่นที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว สามารถค้นหา เปรียบเทียบ สั่งซื้อ และได้รับกรมธรรม์ภายในระยะเวลา 15 – 20 นาที อย่างในช่วงที่ขายประกันโควิด ถือว่าเป็นช่วงหนึ่งที่พีคมากๆ เราขายกรมธรรม์ไปได้ถึง 400,000 กรมธรรม์ ภายใน 14 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกแบบระบบของ 724 Market บนเว็บไซต์ เพื่อทำงานด้านประกันในลักษณะ micro-insurance สามารถใช้ machine แทนการใช้คนที่เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละเคสได้ การบริการลูกค้าของเราจึงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   ปัญหาส่วนใหญ่ที่ลูกค้าไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัยมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร โดยปกติลูกค้าทั่วไปไม่ค่อยสนใจรายละเอียดของการทำประกันเท่าไหร่ เพราะไม่เข้าใจคำศัพท์ของทางประกัน ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ใช้ภาษาทางกฎหมายเป็นหลัก ทำให้ตอนที่เราทำเว็บไซต์ขึ้นมา เราจึงพยายามใช้คำพูดที่ง่าย ให้ทุกคนเข้าใจคำศัพท์ของการทำประกัน...

กสิกรไทยใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้าพิสูจน์ตัวตนลูกค้า

ธนาคารกสิกรไทยยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในการเปิดบัญชี นำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ช่วยพิสูจน์ตัวตนลูกค้า กับสาขาของธนาคาร นำร่องใช้เปิดบัญชีเงินฝาก เพิ่มความแม่นยำให้พนักงานใช้พิสูจน์ตัวตนของลูกค้า พร้อมเตรียมเชื่อมข้อมูลข้ามธนาคาร ขยายการให้บริการบนช่องทางดิจิทัล เริ่มจากการเปิดบัญชีเงินฝาก ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางมาสาขา และสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยยุคดิจิทัล ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการต่อยอดกับภาครัฐ ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการจากภาครัฐฯ ในอนาคต   นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า จึงนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาช่วยการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าที่สาขา โดยนำร่องใช้สำหรับบริการเปิดบัญขีเงินฝากที่สาขาของธนาคารแล้ว เพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าของพนักงานสาขา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการสวมตัวตนเพื่อเปิดบัญชีของอาชญากร สำหรับเอกสารและขั้นตอนการเปิดบัญชียังคงใช้พื้นฐานเดิมอยู่ ส่วนที่พัฒนาเพิ่มเติมเข้ามา คือ พนักงานสาขาจะทำการถ่ายภาพใบหน้าลูกค้าที่ขอเปิดบัญชี จากนั้นนำระบบเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ใช้เปรียบเทียบภาพถ่ายกับรูปภาพบนบัตรประชาชนของลูกค้า หลังจากนั้นพนักงานจะนำข้อมูลผลการเปรียบเทียบมาประกอบการเปิดบัญชีให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวอยู่ในโครงการ Regulatory Sandbox กับธนาคารแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 จากผลการทดสอบพบว่า ระบบมีการตรวจสอบที่แม่นยำเป็นที่น่าพอใจ โดยเป้าหมายการพัฒนา คือ ธนาคารมีกระบวนการใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพ จนสามารถกำหนดให้ขั้นตอนการถ่ายภาพและพิสูจน์ตัวตนด้วยเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้าเป็นมาตรฐานในการทำธุรกรรม นอกจากนี้ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ เตรียมต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลข้ามธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลแทนการเดินทางมาสาขาได้ ทุกที่ทุกเวลา...

ว่าด้วยเรื่องระบบ Mobile Payments ของไทยในปีที่ผ่านมา

อย่างที่เห็นสถานการณ์เรื่อง Mobile Payment ในประเทศไทยผลักดันให้เรื่องนี้ในได้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และบริษัทฟินเทค ก็ร่วมมือกันเพื่อให้ได้รับการยอมรับ ซึ่งด้าน Payment คือถูกใช้งานผ่านเทคโนโลยีฟินเทคมากที่สุดคิดเป็น 30% เพราะผู้ประกอบการสามารถนำเสนอผู้บริโภคให้เห็นถึงทางเลือกที่ดีกว่าเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ Mobile wallet เติบโตขึ้นมากในไทย สิ่งที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง คือ วิวัฒนาการของ Mobile Wallet ที่พัฒนาอย่างมาก ตัวอย่างเช่น TrueMoney Wallet ที่ได้ขยายการให้บริการ โดยมีการโอนเงินข้ามพรมแดน, Payment gateways, การเติมเงินในแอพต่างๆ เหล่านี้มีกิจการในทำนองเดียวกันกับ LINE, Garena และ Lazada ต่างก็ใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ เพื่อโปรโมตบริการ Wallet Service เช่น  LINE มี Rabbit LINE Pay ซึ่งให้บริการผู้ใช้ 4.5 ล้านคนในประเทศไทย Garena ให้บริการกระเป๋าเงิน AirPay และ Lazada เปิดตัว Lazada...

อีกมิติหนึ่งของ Blockchain โดย “กรณ์ จาติกวณิช” – ประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย

หากคุณได้อ่านบทความ กฎระเบียบของ Cryptocurrency จำเป็นมากน้อยแค่ไหนโดย “กรณ์ จาติกวณิช” ที่ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฟินเทคประเทศไทยได้ส่งไว้ ก็ขอพูดต่อเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ใน Blockchain เหมือนกัน ซึ่งไม่ได้หมายความเราจะออก ICO … แต่คือเรื่องคุณสมบัติของ Blockchain ที่นำมาใช้ในภาคการเมือง ซึ่งการที่ได้คลุกคลีกับเรื่องเทคโนโลยีอย่างจริงจังในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็พบว่า Blockchain มีความสำคัญในทุกมิติกับชีวิตเรา เมื่อเดือนก่อนมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มี Pain Point ค่อนข้างมากในการเลือกตั้งครั้งนั้น ซึ่งหากเป็นเลือกตั้งทั่วไปก็จะมี ก.ก.ต. ที่มีงบในการจัดสถานที่เลือกตั้งให้ใกล้ๆ บ้าน โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ในประชาชนรู้ถึงความสะดวกด้านสถานที่การเลือกตั้งที่ทาง ก.ก.ต. จัดให้ หากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งต้องการที่จะให้มีการใช้สิทธิในแบบเดียวกัน แต่ไม่มีงบ ต้องทำอย่างไร…เหตุนี้เราจึงทำให้ต้องอาศัยเทคโนโลยี โดยพรรคการเมืองพรรคดังกล่าวได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง นั้นคือ Blockchain เพื่อป้องกันการแทรกแซงการเปลี่ยนคะแนนเสียง จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่การเลือกได้อีกทางหนึ่ง Blockchain ป้องกันการแทรกแซงการเปลี่ยนคะแนนเสียง เป็นเงื่อนไขที่สำคัญมาก แต่มันก็พบปัญหาในการใช้ระบบนี้มากพอสมควร แม้มันจะมีความมั่นคงจริงมีเสถียรภาพจริงที่มีระบบป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ข้อมูลที่เข้าอันดับแรกต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าเราไม่มี Data ที่ดี Input เข้าไปในระบบ ต่อใน Blockchain ดียังไงก็ไร้ความหมาย...

เกาหลีใต้ เปิด Blockchain Cafe ที่แรกของประเทศ

เกาหลีเป็นอีกประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น Land of Coffee โดยสังเกตได้จากการเดินไปเล่นในย่านช้อปปิ้งในกรุงโซล คุณจะพบคาเฟ่มากมายหลากหลายประเภทให้คุณได้เลือกเข้าไปใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น  Racoon Cafes, Book Cafes และ Nap Cafe อย่างไรก็ตามคาเฟ่ใหม่ล่าสุดและทันสมัยที่สุดในเกาหลีณ ขณะนี้ก็คือ “DeCentre Blockchain Café” ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองกังนัม ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาในยุคนี้ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในเกาหลีสนใจเรื่องเทคโนโลยีอย่างมากส่งผลในจำนวนหนึ่งชื่นชอบใน Cryptocurrency และ ICO ซึ่งการเปิดตัวของ DeCentre Blockchain Café ที่ลูกค้าจะสามารถจ่ายเงินในรูปแบบ Cryptocurrency ได้ ทำให้เห็นว่าเกาหลีพัฒนาอุตสาหกรรม Blockchain ได้ไปอีกขั้น กระแสเรื่อง Cryptocurrency ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปได้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเงิน แต่การถือกำเนิดขึ้นของ Blockchain Café มีความสำคัญในการกระตุ้นการยอมรับให้มูลค่าและประโยชน์ของ Cryptocurrency…หากดู Café ที่ใช้ Cryptocurrency จะพบว่าเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks ก็มีแผนที่จะรับชำระด้วย Bitcoin ในเร็วๆ นี้ DeCentre ไม่ได้เป็นเพียง Café แต่เป็น Professional Blockchain Accelerating และ Marketing...

7-11 ของสิงคโปร์จับมือกับ soCash ยกระดับการให้บริการ

หลายธุรกิจพยายามที่จะยกระดับธุรกิจของตัวเองโดยการใช้นวัตกรรม Fintech เป็นตัวอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ค้า โดยหนึ่งในธุรกิจที่ยกระดับตัวเองเข้าสู่นวัตกรรม Fintech ก็คือร้านสะดวกซื้อที่หันมาใช้การจ่ายแบบไร้เงินสดกันหลายเจ้า ทั้งนี้แบรนด์ร้านสะดวกซื้อระดับโลกอย่าง 7-Eleven ก็ได้ยกระดับตัวเองด้วยมีความต้องการจะเป็นร้านสะดวกที่อำนวยความสะดวกด้านการเงินมากขึ้น โดยได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ SoCash ที่เป็น Startup ที่ได้รับการการสนับสนุนจากแบงค์ชาติสิงคโปร์ soCash ได้ร่วมมือกับ 7-Eleven ที่มีกว่า 370 ร้านทั่วสิงคโปร์ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถถอนเงินได้ง่าย แค่ใช้พลิเคชั่น soCash บนสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยบริการที่มีความปลอดภัย สะดวก พร้อมใช้งานตลอด 24 ชม. และสามารถเข้าถึงเครือข่ายถอนเงินสดแบบไม่มีบัตรสำหรับธนาคาร POSB, DBS, UOB, OCBC และ HSBC ซึ่ง soCash คือธุรกิจทางการเงินให้กลุ่มคนจำนวนมากช่วยกระจายเงินสดกับธุรกิจในท้องถิ่นของพวกเขาและเปลี่ยนช่องทางให้ผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ด้วยแนวคิด ATM anywhere ทุกธุรกิจสามารถเป็น ATM เพียงใช้แอปพลิเคชั่นของทางธนาคารบนโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็ให้เลือกจุด Cashpoint ใกล้ๆ และเปลี่ยนเงินสะสมที่มีไปยังจุด Point นั้นๆ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Steven Lye,  Managing Director...

Contact Us

062-291-3599

Address

110/1 Knowledge Exchange (KX) Building, 13th floor, Krungthonburi Road, Banglamphulang, Klongsan, Bangkok, Thailand 10600

The information contained in this website is provided for informational purposes only and on an “as is” basis, without representation or warranty of any kind. Thai Fintech Association does not guarantee whether the information is correct or up-to-date.   no event shall Thai Fintech Association be liable to you or any person for any loss of business or profits, or for any indirect, incidental or consequential damages arising out of any use of, or inability to use, or for any other claim by you or any other person.

© Copyrights 2021 - All Rights Reserved - Thai Fintech Association